พระประธานในวิหารวัดหัวดงใต้ เรียก
"หลวงพ่อโต" เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ขนาดหน้าพระเพลา กว้าง 2.5
เมตร
หลวงพ่อโตวัดหัวดงใต้ มีประวัติโดยสังเขป ดังนี้ คือ
มีชาวบ้านเข้าป่าล่าสัตว์และเก็บของป่า ได้พบพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนจอมปลวก
ซึ่งได้มีไม้ยางต้นใหญ่หักโค่นลงมาทับอยู่บนองค์พระพุทธรูป
พรานป่าจึงย้อนมายังหมู่บ้านแจ้งให้ชาวบ้านได้รับรู้
ชาวบ้านคลองบางทองจึงได้พากันไปตัดต้นยางที่หักลงทับพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวออก
ผลปรากฏว่าพระพุทธรูดังกล่าวไม่ได้แตกหักเสียหายแต่อย่างใดเลย
ชาวบ้านจึงมีความศรัทธาในความแปลกประหลาดในการแสดงอภินิหารของพระพุทธรูปองค์นี้
และได้นิมนต์มาประดิษฐานไว้กลางหมู่บ้าน
ต่อมาได้มีพระธุดงค์มาปักกรดอยู่ใกล้กับหมู่บ้านคลองบางทอง
ชาวบ้านจึงได้นิมนต์พระธุดงค์ให้ประจำอยู่ในหมู่บ้านในบริเวณที่องค์ประพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่
โดยได้ทราบชื่อพระธุดงค์ดังกล่าว คือ หลวงพ่อเปร็ง พร้อมทั้งรับนิมนต์ชาวบ้านคลองบางทอง
และก่อตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นชื่อ “สำนักสงฆ์บ้านหัวดงใต้” โดยมีหลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะของชุมชนบ้านหัวดงใต้
และชาวพุทธมาถึงปัจจุบันนี้
หลวงพ่อโตวัดหัวดงใต้
ประดิษฐานอยู่ที่วัดหัวดงใต้ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สร้างด้วยปูน หน้าตักกว้าง ๓
เมตร สูง ๔.๓๐ เมตร ปางมารวิชัย สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ พระสมุห์เทียม ในเย็น
เจ้าคณะหมวด วัดหัวดงใต้ แขวงบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์
ได้บันทึกไว้ในหนังสือประวัติหลวงพ่อโต วัดหัวดงใต้ว่า
พวกมอญมาตัดหวายบริเวณวัดหัวดงใต้ในปัจจุบัน ได้พบพระประธานองค์ใหญ่ประดิษฐานในเชิงซุ้มหวาย
ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานวิหารหลวงพ่อโตในปัจจุบัน
หลวงพ่อโต ได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เมื่อปี
พ.ศ.๒๔๖๙ จากการบูรณะได้พบอิฐโบราณก้อนใหญ่อยู่ในองค์พระ
และมีไม้สักเป็นโครงสร้างหลักภายใน
ไม้ดังกล่าวได้ถูกปลวกกัดกินจนผุพังไปส่วนหนึ่งส่วนอิฐโบราณที่เจอในองค์พระมีลักษณะคล้ายอิฐในซากปรักหักพังในจังหวัดกำแพงเพชรจึงสันนิษฐานว่า
น่าจะสร้างในยุคสมัยเดียวกัน
ความมีอิทธิฤทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต วัดหัวดงใต้ ได้มีการกล่าวถึงในตำนานต่างๆหลายแห่ง ดังจากแหล่งหนึ่งที่เขียนไว้ดังนี้
ความมีอิทธิฤทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต วัดหัวดงใต้ ได้มีการกล่าวถึงในตำนานต่างๆหลายแห่ง ดังจากแหล่งหนึ่งที่เขียนไว้ดังนี้
มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีฝรั่งคนหนึ่งมาจากไหนหาทราบไม่
มายิงนกพิราบซึ่งอยู่บนหลังคาวิหาร ถึงกับสมภารลงมาห้าม เกิดต่อล้อต่อเถียงกันขึ้น
แต่อัศจรรย์ปืนที่ฝรั่งยิงนกนั้นก็ไม่ออกเลยสักนัด
เขาพยายามยิงอยู่อยู่จนพักใหญ่ก็ไม่ออก เขามีความพิศวงอัศจรรย์ยิ่งขึ้น
จึงได้เอากล้องมาถ่ายรูปของท่าน แต่รูปของท่านก็ไม่ติดอีก พยายามถ่ายเป็นหลายครั้งหลายหนก็ไม่ติด
คราวเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
เสด็จประพาสทางเหนือประทับแรมที่หน้าวัดหัวดงใต้นี้
ก็ได้จัดการถ่ายรูปของท่านเหมือนกัน ได้ทราบว่าติดแต่รูปวิหาร
ส่วนองค์พระประธานไม่ติด
และยังมีใครต่อใครพยายามมาถ่ายอีกเป็นหลายหนก็ไม่ติดตามเคย
ข้าพเจ้าเกรงจะเป็นเช่นนั้นบ้าง
จึงจัดตั้งเครื่องบูชาบวงสรวงเมื่อเวลาจะถ่าย
ทั้งมีผู้คอยเชื้อเชิญวิงวอนเสียก่อนด้วย จึงได้จัดการถ่ายรูปลงไป
รูปของท่านจึงเป็นอันติดจนบริบูรณ์ดีในครั้งนี้เท่านั้น
ครั้นเสร็จพิธีการถ่ายรูปของท่านแล้ว
พอได้ฤกษ์งามยามดี นายช่างไฮ้ก็ได้ลงมือเริ่มรื้อกะเทาะปูนผิวนอกออกจนถึงศิลาแรงซึ่งเป็นแกนข้างใน
ส่วนในองค์พระนั้นมีไม้สักพาดไขว้ไว้ริมแท่งศิลาแรง
จนถึงกับมีตัวปลวกเข้าไปกินไม้สัก นับว่าไม้สักเป็นเหยื่อแห่งปลวกแทบทั้งนั้น
ส่วนตามพระอุระและพระพาหาและพระกรรณทั้งสองข้างกับส่วนบนรัศมี
ล้วนทำด้วยไม้สักเป็นแกนแทบทุกแห่ง ถ้าจะขืนปล่อยทิ้งไว้ตามเดิมของเขา
ก็เกรงว่าจะเป็นเชื้อปลวกขึ้นอีก จึงให้นายช่าวเอาออกเสียจนหมด
แล้วใช้เหล็กแทนเป็นแกนใน เพื่อให้คงทนถาวรชั่วกาลนาน
เข้าใจว่าจะแน่นหนาดีกว่าเก่า
ครั้นจัดการกะเทาะปูนออกเสร็จแล้ว
ข้าพเจ้าได้เก็บพระฉวีที่เปลื้องออกมานั้น พร้อมทั้งพระสกบนพระเศียรมารวบรวมไว้
เพื่อประสงค์จะพิมพ์ป็นพระเล็กๆออกจำหน่ายแก่ท่านตามบรรดาที่นับถือความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน
ข้าพเจ้าได้ให้นามพระพิมพ์นั้นว่า พระฉวี
เพื่อให้สมกับมูลนิธิที่ได้ตั้งไว้แต่เดิม พระฉวีซึ่งจะพิมพ์ครั้งนี้
เข้าใจว่าจะเป็นพระศักดิ์สิทธิ์มั่นคง เพราะอภินิหารของท่านศักดิ์สิทธิ์กันอย่างไร
ก็ทราบกันอยู่ชัดแล้ว
ข้าพเจ้าเองก็เคยได้ยินเขาเล่าให้ฟังว่า
แม้แต้พระกระดานซึ่งเขาสร้างไว้แต่ครั้งโบราณ
เขานำมาประดับเรียงไว้ในวิหารของพระประธานองค์นี้
คือเขาใช้ไม้สักบางๆทำเป็นรูปหน้าจั่ว ส่วนข้างล่างทำเป็นบัวลองแผ่นกระดาน
เพื่อสะดวกแก่การตั้งไม่ล้มง่าย
แล้วจึงเอาพระหล่อด้วยตะกั่วเป็นองค์เล็กๆมีรูปพรรณสัณฐานต่างๆกัน ยืนก็มี
นั่งก็มี นอนก็มี เอาไปติดกระดานไว้อีกต่อหนึ่ง จึงได้เรียกว่าพระกระดาน
พระชนิดนี้มีผู้ยินดีเอาไปทดลองบ้าง
ได้ทราบว่าขลัง เลยลือกันดังว่าพระกระดานเป็นของดี มาบัดนี้ไม่มีเหลือสักองค์เดียว
โดยที่สุดจะหากระเบื้องตามเชิงชายวิหาร ที่เขาปั้นเป็นรูปเทพพนมก็ยังพากันนับถือ
ถึงกับลือกันไปทางไกลๆจนมีผู้มานำเอาไปจนหมดสิ้น
เดี๋ยวนี้จะหาสักองค์ก็ไม่ได้เหมือนกัน
ส่วนชาวบ้านนี้ไม่มีใครค่อยได้ไว้เลย
แต่ก็เป็นของแปลกที่ชาวบ้านนี้ไม่มีใครรู้เรื่อง
หางกระเบื้องเทพนมนั้นก็มีไม่ใช่น้อยประมาณตั้ง ๕๐๐ หรือกว่านั้น ก็หมดสาบสูญไป
ไม่ทราบว่าไปตกอยู่ในแห่งหนตำบลใด เข้าใจว่าคงดีจริงเหมือนกัน
และได้ข่าวต่อมาอีกว่า แม้แต่เอาปืนยิงข้ามหลังคาวิหารไปก็ไม่ออกเหมือนกัน
เพราะมีเรื่องสาธกว่า
มีสุนัขบ้าตัวหนึ่งวิ่งผ่านมาทางนั้น
ครั้นมาถึงวิหารเลยนอนอยู่ตรงหน้าพระประธานองค์นี้
ขณะนั้นชายคนหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏชื่อ ถือปืนวิ่งตามไล่ยิงสุนัขบ้าตัวนั้นมา
เผอิญยิงผ่านขึ้นไปบนวิหาร ปืนก็ไม่ออกยิงเท่าไรก็ไม่ออก ถึงกับต้องไล่สุนัขบ้านั้นออกไปนอกวิหาร
จึงยึงออกถูกสุนัขตาย ข้อนี้ก็น่าจะเป็นด้วยอำนาจอภินิหารของพระประธานองค์นี้
และในเวลาที่กำลังสร้างพระประธานอยู่บัดนี้
ก็ได้มีข่าวเล่าลือกันอีกอย่างหนึ่งว่า
พระสกบนพระเศียรที่เขาปั้นเวียนเป็นรูปก้นหอยที่เปลื้องออกจากพระเศียรของท่านประมาณ
๓๐๐ ว่าองค์ก็เป็นของขลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน
จนมีผู้นิยมกระหยิ่มอยากได้เป็นนักหนา แต่ข้าพเจ้าเก็บรวบรวมมาไว้
ก็ยังมีผู้รบกวนร้องขออยู่เสมอ เพื่อจะตัดความรำคาญและเกรงจะหมดเสีย
จึงต้องตำเป็นผงเอาเก็บรักษาไว้
เหตุที่จะเกิดเลื่องลือและนิยมกันเช่นนี้
เพราะได้ทราบข่าวว่ามีเด็กวัดคนหนึ่ง ได้นำเอาไปผูกคอเป็นพระเครื่อง
สุนัขกัดไม่เข้า และยังมีผู้เอาไปทดลอง ถึงกับเอาปืนยิงก็ไม่ออกเป็นหลายแห่ง
ต่อมาก็ยังมีผู้มาเตือนข้าพเจ้าให้คอยระมัดระวังพระสกที่เก็บไว้อย่างกวดขัน
เกรงว่าจะมีผู้มาจ้างเด็กวัดลักเอาไปขายให้เสียหมด ข้าพเจ้าต้องรักษาอย่างกวดขัน
แต่อย่างนั้นก็ยังหายไปหลายสิบองค์ โดยไม่ทันทราบว่ามีผู้นิยมกันถึงเพียงนี้
หวังว่าพระฉวีของข้าพเจ้าคราวนี้
คงเป็นพระที่ขลังอย่างแน่นอน เพราะปูนของเก่าเขาก็ดีมีชื่อเสียงอยู่แล้ว
ซ้ำยังจะผสมผงซึ่งลงด้วยอาคมต่างๆของท่านผู้ใหญ่อีกเป็นอันมาก
เพื่อทวีความขลังให้ยิ่งขึ้น เพื่อประสงค์จะให้ได้ใช้ได้หลายทาง
เกรงว่าจะมีผู้คิดปลอมแปลงพระฉวีของข้าพเจ้าขึ้น เอาออกจำหน่ายแก่ผู้อยากได้
เพื่อป้องกันเรื่องนี้ข้าพเจ้าจึงขอประกาศแก่ท่านทั้งหลายให้ทราบด้วยว่า
บรรดาท่านทั้งหลายที่ต้องการอยากได้พระฉวีนี้แล้ว ต้องมารับเอาที่ข้าพเจ้าเอง
หรือที่พระกรรมการเจ้าหน้าที่ซึ่งข้าพเจ้าแต่งตั้งไว้
และต้องได้รับรูปพิมพ์ของท่าน หรือหนังสือประวัติของท่านเล่มนี้แล้ว
จึงจะจัดว่าเป็นพระฉวีอย่างแท้จริงได้
ถ้ามีใครทุจริตแอบอ้างอิงว่าเป็นพระฉวีแล้วเอาไปแจกแม้แต่องค์หนึ่งขึ้นไป
ขอให้ถือว่าเป็นพระปลอมทั้งสิ้น ถ้าท่านทั้งหลายรู้เห็นเช่นนี้แล้ว
โปรดชี้แจงแก่ข้าพเจ้าด้วย จะได้จัดการไปตามระเบียบของบ้านเมือง
ถ้าผู้ใดต้องการพระฉวีที่แท้แล้ว จงระมัดระวังจงหนัก อย่าเห็นแก่ได้เลย

